รวมข่าวกิจกรรม
หน้าแรก / รวมข่าวกิจกรรม


19:12 น.
การทัศนศึกษาในโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดียขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ "สุขพอที่พ่อให้"
กิจกรรมทัศนศึกษาในโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดียขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ "สุขพอที่พ่อให้" ระหว่างวันที่ 14 - 17 ตุลาคม 2557 ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด และสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทัศนศึกษาในครั้งนี้ คัดเลือกจากผู้ที่ได้รับรางวัลการจากประกวดผลงานบทความประกอบภาพและวีดิทัศน์ ในระดับนักเรียน (มัธยมศึกษา) และระดับนักศึกษา (อุดมศึกษา) ได้ร่วมกันเรียนรู้แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการยังประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างยั่งยืน
อ่านต่อ



14:45 น.
พิธีมอบรางวัลรอบชิงชนะเลิศ " โครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย ขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ "
พิธีมอบรางวัลรอบชิงชนะเลิศ โครงการ “สุขพอที่พ่อให้” โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วันที่ 5 กันยายน 2557 ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร


อ่านต่อ



19:49 น.
ประกาศผลรางวัล การประกวดผลงานวีดิทัศน์ และบทความประกอบภาพ

ผลประกาศรางวัล ประเภทบทความประกอบภาพ ระดับนักเรียน (มัธยมศึกษา)

- รางวัลชนะเลิศ                  ได้แก่ นางสาวณัฐสุภา แก้วหิรัญ    "คลิกชมผลงาน"
- รางวัลรองชนะเลิศ             ได้แก่ เด็กหญิงทักษพร แก้วสุขศรี     "คลิกชมผลงาน"
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่ เด็กหญิงสุธีรา พูลอินทร์    "คลิกชมผลงาน"
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3  ได้แก่ นางสาวนมิดา กุมหาชัย    "คลิกชมผลงาน"
- รางวัลชมเชย                   ได้แก่ เด็กหญิงกนกวรรณ รักนาม    "คลิกชมผลงาน"


ผลประกาศรางวัล ประเภทบทความประกอบภาพ ระดับนักศึกษา (อุดมศึกษา)

- รางวัลชนะเลิศ                  ได้แก่ นายถนอมพล สังสัน    "คลิกชมผลงาน"
- รางวัลรองชนะเลิศ             ได้แก่ นางสาวนัฏ สระสวย     "คลิกชมผลงาน"
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่ นางสาวปภาดา นัฏสถาพร    "คลิกชมผลงาน"
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3  ได้แก่ นายอำพันเทพ ธารวณิชย์การ    "คลิกชมผลงาน"
- รางวัลชมเชย                   ได้แก่ นางสาวอรชร วงค์กลม    "คลิกชมผลงาน"


ผลประกาศรางวัล ประเภทสื่อวีดิทัศน์ ระดับนักเรียน (มัธยมศึกษา)

- รางวัลชนะเลิศ                  ได้แก่ นายภาคภูมิ ไกรไทยศรี , นายอดิศร ตอพล , นายคัชฑา หิรัญญปรีชา , นายคณนาถ รุนเจริญ , นายชยานันท์ ภู่ศรี ,    นายนาวิน หนูเต๊ะ
  "คลิกชมผลงาน"

- รางวัลรองชนะเลิศ             ได้แก่ นางสาวเบญจกร ต้นกันยา , นางสาวกันต์กนิษฐ์ บัวหล้า , นางสาวรสา อมรพิชญ์
  "คลิกชมผลงาน"

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่ นางสาวณัฐมน สายทอง , นางสาวนุชธิดา นาถาบุตร , นางสาวพรพิมล พันธ์วงค์ , นายสุรเชษฐ์ ศรีทน , นายภูวดล สุขสุทธิ์
  "คลิกชมผลงาน"

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3   ได้แก่ นางสาวพัชธร ปลาสุวรรณ์ , นางสาวธัชขวัญ ถิ่นบูรณกุล , นายบุณวัทน์ ไชยวิริยะ , นายกวินท์ สกุลวรรณวงค์
  "คลิกชมผลงาน"

- รางวัลชมเชย                    ได้แก่ นายธัชชัย ปานทอง , นายวรวิธ แสนโภชน์ , นางสาวธนพร ศรีวิกุล , นางสาวแพรพรรณ ทามณีวัน
  "คลิกชมผลงาน"


ผลประกาศรางวัล ประเภทสื่อวีดิทัศน์ ระดับนักศึกษา (อุดมศึกษา)

- รางวัลชนะเลิศ                  ได้แก่ นายดรัณภพ พวงสมบัติ
  "คลิกชมผลงาน"

- รางวัลรองชนะเลิศ             ได้แก่ นายณัฐพงษ์ ลิมปสายชล , นางสาวจินต์พัฒ ศรีพนมวรรณ , นายกฤษณพงษ์ สิขัณฑกสมิต
  "คลิกชมผลงาน"

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่ นายลิขิต ไชยเดช , นายอัครพงค์ ช่างนอก , นายอภิสิทธ์ วัลวาลย์ , นายจอมพล เกตุแก้ว , นายอดุลย์ จันทองแท้ , นายพงศ์ธนาพัฒน์ สมบัติ , นายพัชรพงษ์ พลซื่อ , นายพิษณุ สอนคาหาญ , นายกฤษฏา ศรีสมบัติ
  "คลิกชมผลงาน"

- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3   ได้แก่ นายกิตติ โพธิ์ศรี , นายวรวัฒน์ ทับนาโคก , นายสมศักดิ์ แผนวิชิต , นายณัฏฐพร เปรมมนัสไพศาล , นายเฉลิมชัย หล่อ , นายปฏิพัทธ์ แซ่เอี้ย , นายวัชรพงษ์ แสงแดง
  "คลิกชมผลงาน"

- รางวัลชมเชย                    ได้แก่ นายธีรพล กัณหาไชย , นายพนธกร ลีพัฒนากิจ , นางสาวตนิสา วุฒิเบญจพลชัย , นางสาวพิมพ์นารา พันธ์ฤทธิ์ดำ , นายเวทพิสิฐ วงศ์ทิพย์สถาน
  ""คลิกชมผลงาน""
อ่านต่อ



16:13 น.
ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตร และผู้ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ
ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตร และผู้ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริภายใต้หัวข้อเรื่อง “สุขพอที่พ่อให้” ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล ดังนี้


ประกาศรายชื่อผู้ที่รับประกาศนียบัตร
บทความ
     ระดับชั้นมัธยมศึกษา  คลิก
     ระดับชั้นอุดมศึกษา  คลิก

วีดิทัศน์
     ระดับชั้นมัธยมศึกษา  คลิก
     ระดับชั้นอุดมศึกษา  คลิก



ประกาศรายชื่อผู้ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ
บทความ
     ระดับชั้นมัธยมศึกษา  คลิก
     ระดับชั้นอุดมศึกษา  คลิก

วีดิทัศน์
     ระดับชั้นมัธยมศึกษา  คลิก
     ระดับชั้นอุดมศึกษา  คลิก


กำหนดการ(บ่าย) พิธีมอบประกาศนียบัตร โครงการสุขพอที่พ่อให้        คลิก

สถานที่จัดงาน หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร(แผนที่)
       
อ่านต่อ



21:38 น.
ประกาศรายชื่อผลการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ โครงการ “สุขพอ ที่พ่อให้” ♥
ประกวดผลงานวีดิทัศน์ และบทความประกอบภาพเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริภายใต้หัวข้อเรื่อง “สุขพอที่พ่อให้” ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล ประกาศรายชื่อผลงานที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ (25 สิงหาคม 2557) มีดังนี้


บทความ
     ระดับชั้นมัธยมศึกษา  คลิก
     ระดับชั้นอุดมศึกษา  คลิก

วีดิทัศน์
     ระดับชั้นมัธยมศึกษา  คลิก
     ระดับชั้นอุดมศึกษา  คลิก
อ่านต่อ



21:50 น.
ประกาศรายชื่อผลการตัดสินรอบแรก โครงการ “สุขพอ ที่พ่อให้” ♥
ประกวดผลงานวีดิทัศน์ และบทความประกอบภาพเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริภายใต้หัวข้อเรื่อง “สุขพอที่พ่อให้” ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล รายชื่อผู้ที่ผ่านเข้ารอบแรก มีดังนี้


บทความ
     ระดับชั้นมัธยมศึกษา  คลิก
     ระดับชั้นอุดมศึกษา  คลิก

วีดิทัศน์
     ระดับชั้นมัธยมศึกษา  คลิก
     ระดับชั้นอุดมศึกษา  คลิก
อ่านต่อ



01:00 น.
จากดอยฝิ่นสู่ดอย(ทอง)คำ
ตัวอย่างการเขียนบทความ
อ่านต่อ



19:33 น.
โครงการประกวด สุขพอที่พ่อให้ สุขใจที่ได้ทำ
เป็นโครงการที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยทั้งในและต่างประเทศที่ได้ศึกษาเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่ได้พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลากว่า ๖๘ ปี และได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระองค์ มาขยายผลตลอดจนนำมาปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมส่วนร่วม สามารถถ่ายทอดนำเสนอเรื่องราวในห้วข้อ "สุขพอที่พ่อให้ สุขใจที่ได้ทำ" เผยแพร่แก่เพื่อนเยาวชน และคนไทยทั้งมวลผ่านสื่อ ประเภท

๑.บทความประกอบภาพ ความยาวประมาณ ๒-๔ หน้ากระดาษ A4 (รายบุคคล)

๒. วีดิทัศน์ ความยาวประมาณ ๔-๗ นาที ในรูปแบบไฟล์ MP4 (H264 AVC) ทำเป็นทีมได้ ไม่เกิน ๓ คน ผู้ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกนำผลงานออกเผยแพร่ในเว็บไซต์นี้ จะได้รับรางวัลการเข้าร่วมกิจกรรมทัศนศึกษา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย ในระยะเวลา ๔ วัน ๓ คืน     (ในช่วงเวลาปิดภาคการศึกษา)
อ่านต่อ



13:42 น.
พิธีเปิด " โครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย ขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ "
พิธีเปิดโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย ขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๗ ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร
อ่านต่อ



16:30 น.
ขอเชิญร่วมประกวด วีดิทัศน์ และ บทความประกอบภาพ
สุขพอ..ที่พ่อให้ ชิงถ้วยพระราชทานฯ

ขอเชิญชวน นักเรียนระดับมัธยมและนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เข้าร่วมประกวด บทความประกอบภาพและวีดิทัศน์ ว่าด้วยความรู้ตามแนวราชดำริภายใต้หัวข้อสุขพอที่พ่อให้ ส่งผลงานวันที่ 1 มีนาคม - 31 กรกฎาคม 2557 นี้ ชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย

อ่านต่อ



00:00 น.
กำหนดการเปิดงาน
กำหนดการ พิธีเปิดโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดียขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ วันอังคารที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๔ – ๑๗.๓๐ น. ณ ห้องดุสิตธานีฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร กำหนดการพิธีเปิดโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดียขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ วันอังคารที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๔ – ๑๗.๓๐ น. ณ ห้องดุสิตธานีฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานครกำหนดการพิธีเปิดโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดียขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ
เวลา ๑๔.๐๐ น.
-แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนผู้ร่วมงาน ลงทะเบียน รับเอกสาร และของที่ระลึก
เวลา ๑๕.๐๐ น.
- พิธีกรกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ เยาวชนและสื่อมวลชนเข้าสู่งาน
- เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการเยาวชนจิตอาสาฯ รุ่นที่ ๑ และ ๒ ร่วมเสวนาเกี่ยวกับการเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ และกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดียขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ
เวลา ๑๖.๐๐ น.
- นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานในพิธีเดินทางมาถึง ห้องดุสิตธานีฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี
- พักรับประทานอาหารว่าง
- พิธีกรกล่าวต้อนรับประธานในพิธี
- ฉายวีดิทัศน์ “สุขพอที่พ่อให้” ความยาว ๕ นาที
เวลา ๑๖.๓๐ น.
- พิธีกรเชิญ นายปรีชา ส่งกิตติสุนทร ผู้ช่วยราชเลขาธิการ กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี
- พิธีกรเชิญ นายพลากร สุวรรณัฐ องคมนตรี ประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน
- ประธานในพิธีกดปุ่มเปิดงาน ณ แท่นกลางเวที
- ประธานในพิธีถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการ
- ประธานในพิธีเยี่ยมชมบูทกิจกรรมต่างๆ (เกมส์, การ์ตูนแอนิเมชั่น, หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ)
- พิธีกรสัมภาษณ์ประธานในพิธี เกี่ยวกับแนวพระราชดำริ และโครงการพัฒนาสื่อมัลติมีเดียขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ
เวลา ๑๗.๓๐ น.
- ประธานในพิธีเดินทางกลับ
- พิธีกรพูดคุยกับเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการเยาวชนจิตอาสา รุ่นที่๑ และ ๒ แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการเรียนรู้ความรู้ตามแนวพระราชดำริ
- พิธีการกล่าวปิดงาน
อ่านต่อ



15:10 น.
บทความ : เขียนอย่างไร (จึงจะ) ดี

อ. ชฎาภา ประเสริฐทรง
อ.ดร. หทัยชนก บัวเจริญ
เรียบเรียง


     การเขียนบทความ  คือ  อีกกลไกหนึ่งที่จะทำให้คุณได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ให้แก่ผู้อ่านได้ในวงกว้าง ลองทำตามคำแนะนำแล้วคุณจะพบว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด และคุณจะเป็นอีกทรัพยากรหนึ่งที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 

      การเขียนบทความเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะการเขียนบทความคือ การใช้ตัวอักษรเป็นสื่อระหว่างผู้เขียนและผู้อ่าน เพื่อถ่ายทอดข้อความหรือสาระบางอย่างที่ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านได้รู้ ได้เข้าใจ เพียงแต่ว่าความพยายามของผู้เขียนจะประสบผลสำเร็จอย่างที่ต้องการได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น   

      การเขียนบทความให้ดีจริงๆ นั้น  ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอย่างที่หลายคนเคยคิดเอาไว้ หลายคนที่เขียนบทความลงในวารสารไม่เคยเขียนบทความมาก่อนเลย และไม่เคยมั่นใจมาก่อนว่าตนเองจะเขียนได้ดี แต่มีแรงจูงใจที่อยากจะเผยแพร่ความรู้ อยากจะให้คนอื่นได้รู้ในสิ่งที่คุณรู้และคิดว่าเป็นประโยชน์  ขอเพียงคุณได้ทดลองเขียนและปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องอยู่เสมอ ความฝันที่จะเป็นนักเขียนที่ดีจึงจะถูก “สร้าง” ขึ้นมาได้เป็นผลสำเร็จ


ความหมายของบทความ 

       บทความ (article)  หมายถึง รูปแบบการเขียนประเภทหนึ่ง ที่ผู้เขียนต้องการสื่อสาร ข้อเท็จจริง และหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งแก่ผู้อ่าน โดยเนื้อหานำเสนอจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่เรื่องแต่งหรือคิดขึ้นเองจากจินตนาการ


ประเภทของบทความ  เมื่อแบ่งตามเนื้อหาของบทความ   จะแบ่งได้เป็น 11 ประเภท ได้แก่

       1.  บทบรรณาธิการ  เป็นบทความแสดงความคิดเห็นลักษณะหนึ่งที่เขียนขึ้นเพื่อเสนอแนวคิดหลักของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

       2.  บทความสัมภาษณ์   เป็นบทความที่เขียนขึ้นจากการสัมภาษณ์บุคคลเกี่ยวกับความคิดเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่อง หรือเกี่ยวกับชีวิตของบุคคล หรือจากการสัมภาษณ์บุคคลหลายคนในหัวข้อเดียวกัน

       3.  บทความแสดงความคิดเห็นทั่วๆ ไป มีเนื้อหาหลายลักษณะ เช่น หยิบยกปัญหา เหตุการณ์ หรือเรื่องที่ประชาชนสนใจมาแสดงความคิดเห็น หรือผู้เขียนเสนอความคิดเห็นสนับสนุน หรือคัดค้าน หรือทั้งสนับสนุนและคัดค้านความคิดเห็นในเรื่องเดียวกันของคนอื่นๆ เป็นต้น

       4.  บทความวิเคราะห์  เป็นบทความแสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่ง  ผู้เขียนจะพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เผยแพร่มาแล้วอย่างละเอียด โดยแยกแยะให้เห็นส่วนต่างๆ ของเรื่องนั้น ผู้เขียนเสนอความคิดและวิเคราะห์เหตุการณ์เรื่องราวนั้นอย่างละเอียด แสดงข้อเท็จจริง เหตุผล เพื่อให้ผู้อ่านได้ความรู้ ความคิดเห็นเพิ่มเติม เกิดความคิดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แบ่งเป็น บทความวิเคราะห์ข่าว และบทความวิเคราะห์ปัญหา

       5.  บทความวิจารณ์  เขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นในเชิงวิจารณ์เรื่องราวที่ต้องการวิจารณ์ด้วยเหตุผลและหลักวิชเป็นสำคัญ   เช่น “บทวิจารณ์วรรณกรรม” แสดงความคิดเห็นเชิงวิจารณ์และประเมินค่าโดยใช้หลักวิชาและเหตุผล  เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้จักวรรณกรรมเรื่องนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง และ “บทวิจารณ์ศิลปะแขนงอื่นๆ”  ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับบทวิจารณ์วรรณกรรมแต่นำผลงานที่เป็นศิลปะแขนงอื่นๆ เช่น ภาพยนตร์ ละคร ภาพเขียน ดนตรี มาวิจารณ์

       6.   บทความสารคดีท่องเที่ยว  มีเนื้อหาแนวบรรยาย เล่าเรื่องเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีทัศนียภาพสวยงามหรือมีความสำคัญในด้านต่างๆ เพื่อแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ชักชวนให้สนใจไปพบเห็นสถานที่นั้นๆ

       7.  บทความกึ่งชีวประวัติ   เป็นการเขียนบางส่วนของชีวิตบุคคลเพื่อให้ผู้อ่านทราบ โดยเฉพาะคุณสมบัติ  หรือผลงานเด่นที่ทำให้บุคคลนั้นมีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อชื่นชม ยกย่องเจ้าของประวัติ และชี้ให้ผู้อ่านได้แง่คิดเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จ

       8.   บทความครบรอบปี  มีเนื้อหาแนวบรรยายเล่าเรื่องเกี่ยวกับเรื่องราว เหตุการณ์ พิธีการในเทศกาลหรือวันสำคัญ เช่น วันสำคัญทางศาสนา ทางประวัติศาสตร์ ทางวัฒนธรรม เกี่ยวกับบุคคลสำคัญ เป็นต้น เป็นสิ่งที่ประชาชนสนใจเมื่อโอกาสนั้นมาถึง เช่น  วันวิสาขบูชา เป็นต้น

       9.  บทความให้ความรู้ทั่วไป  ผู้เขียนจะอธิบายให้ความรู้คำแนะนำในเรื่องทั่วๆ ไป ที่ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น มารยาทการเข้าสังคม การแต่งกายให้เหมาะแก่กาลเทศะและบุคลิกภาพ เคล็ดลับการครองชีวิตคู่ เป็นต้น

       10. บทความเชิงธรรมะ  จะอธิบายข้อธรรมะให้ผู้อ่านทั่วๆ ไปเข้าใจได้ง่าย หรือให้คติ ให้แนวทางการดำเนินชีวิตตามแนวพุทธศาสนา เสนอหนทางแก้ปัญหาตามแนวพุทธปรัชญา ปัจจุบันบทความลักษณะนี้มีมากขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านมีแนวทางการดำเนินชีวิตในสังคมที่วิกฤตได้อย่างปกติสุขมากขึ้น

       11.  บทความวิชาการ  มีเนื้อหาแสดงข้อเท็จจริง ข้อความรู้ทางวิชาการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งโดยเฉพาะ  ผู้เขียนอาจจะเสนอเฉพาะเนื้อหาสาระทางวิชาการหรือเสนอทั้งเนื้อหาสาระ  ข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นในเชิงวิเคราะห์ วิจารณ์ หรืออาจเสนอผลการวิจัย


-------------------------------------------------------------


บทความ เป็นการสื่อสารด้วยความเรียงประเภทหนึ่ง  ซึ่งอาจมีจุดประสงค์เดียวหรือหลายจุดประสงค์   เช่น  

เพื่อนำเสนอความรู้  ข้อเท็จจริง ความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกต วิเคราะห์  วิจารณ์  เป็นต้น   โดยต้องเขียนอย่างมีหลักฐาน

มีเหตุผล น่าเชื่อถือ หากมีข้อเสนอแนะใดๆ ต้องเป็นไปในทางที่สร้างสรรค์

 

ลักษณะของบทความที่ดี 

บทความที่ดี ควรมีลักษณะที่สำคัญ 4 ประการ คือ

      1.  มีเอกภาพ กล่าวคือ เนื้อหาของบทความมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีทิศทางของเนื้อหาเป็นไปในทางเดียวกัน เพื่อมุ่งสู่ประเด็นหลักที่ต้องการนำเสนอ

      2.  มีการเน้นข้อความสำคัญ   กล่าวคือ     ผู้เขียนต้องเน้นย้ำประเด็นสำคัญให้ชัดเจนว่าต้องการนำเสนอแนวคิดสำคัญอะไร ด้วยประโยคใจความสำคัญ หรือสาระสำคัญที่โดดเด่น เนื้อความตลอดเรื่องควรกล่าวย้ำประเด็นหลักของเรื่องเสมอๆ

      3.  มีสัมพันธภาพ กล่าวคือ มีความต่อเนื่องสัมพันธ์กันโดยตลอด ทั้งในด้านการเรียบเรียงถ้อยคำ ข้อความ และการจัดลำดับเรื่อง ทุกประโยคในแต่ละย่อหน้า และทุกย่อหน้าในแต่ละเรื่องต้องเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ด้วยการใช้คำเชื่อมข้อความ ได้แก่ คำบุพบท เช่น กับ แต่ แด่ เพื่อ คำสันธาน เช่น และ รวมทั้ง ตลอดจน นอกจากนี้ คำประพันธสรรพนาม เช่น ที่ ซึ่งอัน เป็นต้น

      4.  มีความกระจ่าง  กล่าวคือ มีความสมบูรณ์ในด้านเนื้อหา มีเนื้อความชัดเจนกระจ่างแจ้ง อธิบายได้ครอบคลุมความคิดหลักที่ต้องการนำเสนอ ข้อมูลที่นำเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง หากเป็นความคิดเห็นต้องมีความสมเหตุสมผล นอกจากนี้ต้องมีความสมบูรณ์ด้านการใช้ภาษา คือ ต้องเลือกใช้ภาษาให้เหมาะสมกับจุดมุ่งหมายการเขียน  ประเภทของบทความ เนื้อหาบทความ และกลุ่มผู้อ่าน นั่นเอง

 

บทความทั่วไปต่างจากบทความวิชาการ อย่างไร 

      1. บทความทั่วไป (general article)    เป็นข้อเขียนที่นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งในรูปแบบอิสระ ไม่เป็นทางการไม่มีรูปแบบแน่อน อาจนำเสนอเพื่อความบันเทิงเพื่อวิจารณ์เหตุการณ์ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หรือเพื่อให้ความรู้ บทความในลักษณะนี้เหมาะกับผู้อ่านทั่ว ๆ ไป มีส่วนประกอบดังนี้

- ชื่อเรื่อง   (title)

- ส่วนเกริ่นนำ หรือคำนำ  (introduction)

- ส่วนเนื้อเรื่อง  (body)  แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

ส่วนย่อยที่ 1  ปูพื้นฐานความรู้แก่ผู้อ่านในเรื่องที่เขียน

ส่วนย่อยที่ 2  วิเคราะห์ข้อมูล  โต้แย้งข้อเท็จจริง  ใช้เหตุผล  

หลักฐานเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน

ส่วนย่อยที่ 3  เสนอความคิดเห็น

- ส่วนสรุป   (summary) 

- เอกสารอ้างอิง ( references)  / ข้อมูล  (ถ้ามี)

      2. บทความวิชาการ  (academic article) เป็นข้อเขียนเชิงสาระที่ผู้เขียนตั้งใจหยิบยกประเด็นใดประเด็นหนึ่ง หรือปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในแวดวงวิชาการ วิชาชีพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์หรือวิพากษ์ทัศนะหรือแนวคิดเดิม และหรือนำเสนอหรือเผยแพร่แนวคิดใหม่ เพื่อมุ่งให้ผู้อ่าน เปลี่ยนหรือปรับเปลี่ยนแนวคิด ความเชื่อมาสู่แนวคิดของผู้เขียน บทความวิชาการเน้นการให้ความรู้เป็นสำคัญและต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการ เอกสารอ้างอิง และเหตุผลที่พิสูจน์ได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้อ่าน

บทความวิชาการเต็มรูปแบบ จะมีส่วนประกอบดังนี้

- ชื่อเรื่อง   (title)

- บทคัดย่อ (abstract)

- บทนำ หรือคำนำ  (introduction)

- วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง  (review literature)

- กรอบแนวคิด (conceptual framework)

- การนำเสนอแนวคิด / การพิสูจน์ข้อเท็จจริง  (application / proposal for new idea)

- บทสรุป (conclusion)

- เอกสารอ้างอิง ( references)  


จะเขียนให้ใครอ่าน 

คุณจะประสบความสำเร็จในการเขียนบทความได้ง่ายขึ้น ถ้าได้ทราบและเข้าใจว่าผู้อ่านของคุณคือใคร เขาสนใจอะไร และคุณจะเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านเหล่านั้นได้อย่างไร ดังนั้น ก่อนจะลงมือเขียนบทความขึ้นมาสักชิ้นหนึ่ง จึงควรกำหนดสิ่งต่อไปนี้

       1. เลือกกลุ่มผู้อ่านที่ต้องการ ลองถามตนเองดูซิว่า อยากเผยแพร่ข้อเขียนของคุณให้ใครอ่าน มีหลายๆบทความที่ผู้อ่านส่วนใหญ่อ่านได้ แต่หลายๆ บทความต้องอาศัยพื้นฐานความรู้เฉพาะวิชาชีพ จึงต้องกำหนดลงไปให้แน่ชัดว่าผู้อ่านของคุณเป็นใคร เช่น เป็นเด็ก นักเรียน ครู พยาบาล วิศวกร หรือประชาชนทั่วไป

       2. เลือกหัวข้อที่เหมาะสม ควรเลือกเขียนหัวข้อที่คุณมีความรู้มากที่สุด หรือเลือกหัวข้อที่เป็นความรู้ใหม่ๆ หรือหัวข้อที่คุณสนใจ มีข้อมูลเพียงพอที่จะถ่ายทอดได้ ข้อสำคัญคือจะต้องเป็นบทความที่ผู้อ่านจะสนใจจะอ่านด้วย

       3. เลือกวารสารที่บริการผู้อ่านในข้อ 1   สิ่งที่ควรกำหนดต่อไป คือ  จะเผยแพร่บทความไปถึงมือผู้อ่านเหล่านั้นได้อย่างไร จะใช้อะไรเป็นสื่อกลาง หากสื่อนั้นเป็นวารสาร จะต้องหาทางทราบให้ได้ว่า เราควรจะส่งไปให้วารสารฉบับไหนดีจึงจะไปถึงกลุ่มผู้อ่านที่คุณต้องการได้มากที่สุด เพราะบทความแม้จะดีแต่ถ้านำไปลงในวารสารที่ไม่เหมาะสม อาจมีผู้อ่านเพียงไม่กี่คน คุณค่าของบทความจะไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากเท่าที่ควร

       4. กำหนดแนวทางการเขียนให้เหมาะสม   เพื่อให้บทความของคุณมีโอกาสได้รับการพิจารณานำลงในวารสารที่ต้องการมากที่สุด ควรจะศึกษารูปแบบการเขียนของวารสารฉบับนั้นให้ดีเสียก่อน จะได้จัดรูปแบบของบทความของคุณได้ถูกต้อง  เพราะวารสารบางฉบับอาจต้องการบทความในรูปแบบของงานวิชาการ  ต้องมีคำนำ ต้องมีรายชื่อหนังสืออ้างอิงแต่วารสารบางฉบับอาจต้องการเนื้อหาที่เจาะลึกในรายละเอียดมากกว่าฉบับอื่นๆ และต้องการวิธีการเขียนที่ชวนอ่าน ตั้งเเต่ต้นจนจบ  

 

ขั้นตอนการเขียนบทความ 

             1.  การเลือกเรื่อง ควรคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้

                -   เลือกเรื่องที่ตนเองสนใจ เป็นเรื่องที่สังคมกำลังให้ความสนใจ โดยยึดแนวคิดที่ว่า ทันสมัย ทันเหตุการณ์

                -   เลือกเรื่องที่ผู้เขียนมีความรู้  มีประสบการณ์ ตลอดจนเป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้องการเสนอความคิดแก่ผู้อ่าน

                -  เลือกเรื่องที่ผู้เขียนสามารถหาแหล่งค้นคว้า หรือหาข้อมูลมาสนับสนุนในงานเขียนได้เพียงพอ

                -  เลือกเรื่องที่มีความยาว ความยาก ความง่าย พอเหมาะกับความสามารถของผู้เขียน เวลาที่ได้รับมอบหมาย หน้ากระดาษ และคอลัมน์ที่ตนรับผิดชอบ

             2.  กำหนดจุดมุ่งหมาย  โดยกำหนดให้ชัดเจนว่าเขียนเพื่ออะไร เช่น ให้ความรู้ เสนอความเห็น โน้มน้าวใจ ให้แนวคิดในการดำเนินชีวิตและเขียนให้ใครอ่าน เช่น กลุ่มมวลชน กลุ่มผู้มีการศึกษาสูง เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ เป็นต้น

             3.  กำหนดแนวคิดสำคัญ หรือประเด็นสำคัญ หรือแก่นเรื่อง  ต้องกำหนดว่าบทความเรื่องนี้จะเสนอแนวคิดสำคัญ หรือมีแก่นเรื่องอะไรให้แก่ผู้อ่าน เพื่อจะได้นำเสนอเนื้อหา ถ่ายทอดถ้อยคำประโยคต่างๆ เพื่อมุ่งสู่แก่นเรื่องนั้น

             4.  ประมวลความรู้   แนวคิด  ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ต้องค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่างๆ หรือการสัมภาษณ์ผู้รู้ ผู้เกี่ยวข้องให้เพียงพอที่จะเขียน

             5.  วางโครงเรื่อง  กำหนดแนวทางการเขียนว่าจะนำเสนอสาระสำคัญ แยกเป็นกี่ประเด็น ประเด็นใหญ่ๆ  มีอะไรบ้าง ในประเด็นหลักมีประเด็นย่อยๆ  มีตัวอย่าง มีเหตุผล เพื่อสนับสนุนประเด็นหลักอย่างไรบ้าง การวางโครงเรื่องจะช่วยให้การเขียนเรื่องง่ายขึ้นและไปในทิศทางที่ต้องการ ไม่สับสน ไม่กล่าวซ้ำซาก ไม่นอกเรื่อง

              6.  การเขียน ได้แก่

       -  การเขียนขยายความให้ข้อมูลในแต่ละประเด็น มีการอธิบาย ยกเหตุผลประกอบ กล่าวถึงข้อมูลประกอบ อาจเป็นสถิติ ตัวเลข ตัวอย่างเหตุการณ์ ตำนาน นิทาน เป็นต้น

                 -  เขียนคำนำและสรุปด้วยกลวิธีที่เหมาะสมกับประเภทของเนื้อหาบทความ

                 -  การใช้ภาษา ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับจุดมุ่งหมาย การเขียน ประเภทและเนื้อหา

                 -  การสร้างลีลาการเขียนเฉพาะตัว  สามารถทำได้โดยการเลือกใช้ภาษาให้เป็นเอกลักษณ์ เช่น  การใช้ระดับภาษาปาก เล่นคารมโวหาร  มีการแสดงความรู้สึกอย่างชัดเจน หรือมีการสร้างคำใหม่มาใช้อยู่เสมอๆ เป็นต้น

อ่านต่อ



16:29 น.
การ์ตูนแอนิเมชั่น “สุขพอ..ที่พ่อให้”
พบกับเรื่องราวอันแสนสนุกและน่าตื่นเต้นของต้นกล้า และพ้องเพื่อน พร้อมสาระประโยชน์ แฝงไปด้วยความรู้เกี่ยวกับแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัว
อ่านต่อ



15:10 น.
LIKE | SHARE รับเสื้อยืดหรือกระเป๋าผ้าจากทางโครงการ "สุขพอ ที่พ่อให้
LIKE | SHARE รับเสื้อยืดหรือกระเป๋าผ้าจากทางโครงการ "สุขพอ ที่พ่อให้" โดยทำตามกติกาดังต่อไปนี้

                  1) Like | page สุขพอ ที่พ่อให้ : https://www.facebook.com/sukphorpeang

                  2) Share | สู่สาธารณะ ให้ทุกคนได้เห็นข้อความนี้ ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับเสื้อยืดหรือกระเป๋าผ้า
                  โดยทางทีมงานจะติดต่อกลับไปเพื่อถามข้อมูล และดำเนินการจัดส่งให้ หลังจากวันที่ 30 มิ.ย. 57 เป็นต้นไป
อ่านต่อ



07:00 น.
"ป่าชายเลน" ป่าไม้ของทะเล
ตัวอย่างการเขียนบทความ
อ่านต่อ



07:00 น.
ฝนในท้องทุ่ง
ตัวอย่างการเขียนบทความ
อ่านต่อ


LEARNING MANAGEMENT SYSTEM